อกหักทําไงดี วิธีจัดการกับอาการอกหัก

769

ทำไมผู้ชายถึงอกหัก

พวกเราลูกผู้ชายทุกคนคงผ่านการโดนหักอกมาแล้ว ไม่มากก็น้อย ยิ่งผู้หญิงที่เรารักและทุ่มเทมากเท่าไหร่ เธอก็มักจะไปจากเราทุกที สุดท้ายก็เหลือไว้แต่ความเสียใจและแผลในใจที่ยากจะลืมเลือน เราสังเกตไหมว่าเวลาอกหัก ผู้ชายจะเจ็บหนักและเจ็บนานกว่าผู้หญิง เหตุผลเพราะผู้ชายมักจะเป็นฝ่ายเริ่มจีบ แต่ผู้หญิง ยิ่งสวยๆด้วยแล้ว อกหักทันใด เป็นต้องมีผู้ชายรุมเข้ามากันตรึมหยั่งกับตั๊กแตนอพยพมากัดแทะนาข้าว ดังนั้นผู้ชายจึงเป็นฝ่ายเสียเปรียบ และมักจะจมอยู่กับความรู้สึกสูญเสีย โทษตัวเอง โทษผู้หญิง และทำร้ายตัวเองต่างๆนาๆ เช่น เก็บตัว ทำร้ายร่างกายตัวเอง กินเหล้า เสพย์ยา และใช้เวลานานกว่าจะทำใจได้และเริ่มมีความสัมพันธ์ใหม่กับผู้หญิงคนใหม่อีกครั้ง โดยที่ยังคงเหลือแผลในใจที่ยังไม่หายสนิท

วิธีจัดการกับอาการอกหักถ้าคุณสังเกตให้ดีๆ ตั้งแต่การเริ่มต้นความสัมพันธ์จนถึงการเลิกรา เกือบทุกคนจะมีรูปแบบที่คล้ายกันมาก เวลาเราปรึกษาเพื่อนก็มักจะได้ยินมันพูดเสมอว่า “กูเข้าใจมึง กูก็เคยเป็น” รูปแบบที่ว่าเริ่มต้นด้วยการปิ๊งกัน ส่วนใหญ่ในสังคมไทยผู้ชายจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน แต่บางทีผู้หญิงมาปิ๊งเราก่อนก็มีเยอะเหมือนกัน ตอนแรกก็เป็นช่วงข้าวใหม่ปลามัน โลกนี้มีแต่สีชมพู อะไรๆก็ดูมีความสุขไปหมด เธอคือนางฟ้าของเรา และเราก็คือเจ้าชายของเธอ เราทำทุกอย่างให้ดูดี มีความเป็นผู้นำ ไม่แสดงความอ่อนแอให้เธอเห็น และต่อมาผู้ชายอย่างเราก็จะเปลี่ยนจากความชอบ มาเป็นสิ่งที่เราคิดว่าความรัก และเริ่มรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้เธอมาครอง จนกลายเป็นความหลง เริ่มทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเธอ ใครมายุ่งกับเธอเป็นไม่ได้ ไปไหนมาไหนโทรตามทุกที่ หรือถึงขนาดตามติดเธอเหนียวหนืดเป็นตังเม เริ่มเปลี่ยนจากเจ้าชายมาเป็นราชองครักษ์คอยติดสอยห้อยตามเธอตลอด

พอนานเข้าด้วยสิ่งที่เราคิดว่าความรัก บวกกับความหลง ก็จะคอยตามใจเธอ ให้เธอมีอำนาจเหนือกว่า และเริ่มคิดว่าเมื่อเราเป็นแฟนกัน ย่อมเป็นธรรมดาที่ต้องแชร์ความรู้สึกของกันและกัน เราจะรับฟังปัญหาทุกอย่างของเธอ พยายามช่วยเธอแก้ไขปัญหาในทุกๆเรื่อง และในทางกลับกัน เราจะเล่าทุกอย่างเกี่ยวกับเราให้เธอฟัง เมื่อเรามีปัญหาก็เริ่มที่จะบอกกับเธอ ปรึกษาเธอ และแสดงความอ่อนแอให้เธอเห็น เพื่อหวังจะให้เราเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น โดยทุกอย่างที่กล่าวมาก็เพื่อจะสานความสัมพันธ์ให้ก้าวหน้ากว่าที่เป็นอยู่

แต่ผู้หญิงกลับดูแปลกไป เธอเริ่มเบื่อเรา เริ่มรำคาญเรา เริ่มบ่นในสิ่งที่เราทำเพื่อให้เธอพอใจ พวกเราก็เริ่มงงละ ว่าตัวเองทำอะไรผิด เราทำทุกอย่างที่เธอต้องการแล้วนี่นา และเพื่อแก้ปัญหานี้เราก็เพิ่มความใส่ใจ เอาใจเธอมากขึ้น ยอมเธอทุกอย่าง เพื่อให้เธอกลับมารักเราเหมือนเดิม ตอนนี้เปลี่ยนจากราชองครักษ์มาเป็นทหารรับใช้เธอละ (ไม่ได้ทำความผิดแต่ถูกลดยศซะงั้น) สุดท้ายยิ่งเราดีกับเธอมากขึ้นเท่าไหร่ เธอก็ไกลออกไปจากเราเรื่อยๆ ยิ่งไล่ตาม เธอก็ยิ่งหนี จนในที่สุดก็ถึงขั้นเลิกรา หรือมีคนใหม่ ทิ้งเราไว้อยู่กับความเหงา กอดกับความฝัน…

นี่เป็นรูปแบบธรรมดาสามัญที่เกิดขึ้นทั่วไป อย่าโทษตัวเองเด็ดขาด ตัวคุณไม่ผิด ความคิดและพฤติกรรมของคุณต่างหากที่ผิด และที่สำคัญจะว่าผู้หญิงผิดก็ไม่ได้ คุณคิดว่าคุณคบกับเธอมานาน คุณรู้จักเธอดีแล้ว รู้นิสัยของเธอ รู้ว่าเธอชอบอะไร เกลียดอะไร แต่คุณไม่เข้าใจลึกลงไปถึงจิตใต้สำนึกของเธอ คุณยังไม่เข้าใจถึงสัญชาตญาณความเป็นผู้หญิง ความเป็นเพศแม่ในตัวเธอ ที่ได้รับมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ ที่แม้แต่เธอก็ยังไม่รู้ตัว

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจผู้หญิงกันก่อนดีกว่า โดยธรรมชาติแล้วผู้หญิงชอบการแข่งขัน ชอบความท้าทาย ความตื่นเต้น ความสนุกสนาน นี่คือความชอบโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตัวผู้ชาย ผู้ชายที่ท้าทายเธอ ผู้ชายที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้แข่งขัน ผู้ชายที่ทำให้เธอตื่นเต้น ผู้ชายที่ทำให้เธอสนุกสนาน ผู้ชายที่ทำให้เธอรู้สึกดีและอยากอยู่ด้วย ผู้ชายที่มีความมั่นใจในตัวเอง ผู้ชายที่มีความเป็นผู้นำ

และย้อนไปตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์มา ผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนแอทางด้านกายภาพอยู่แล้วพวกเธอไม่สามารถเทียบผู้ชายอย่างเราได้ เธอต้องการการปกป้อง ด้วยสัญชาตญาณความต้องการที่จะอยู่รอด และมีบุตรที่มีศักยภาพสูงสุดเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไปในอนาคต ผู้หญิงจึงเสาะแสวงหาผู้ชายที่มีพันธุกรรมที่ดีที่สุดมาเป็นคู่ครอง ซึ่งพันธุกรรมเด่นที่ผู้หญิงเสาะแสวงหาคือ อำนาจ อิทธิพล ความมั่งคั่ง ความสง่างาม อารมณ์ขัน และสติปัญญา ซึ่งสิ่งเหล่านี้แท้จริงแล้วล้วนอยู่ในศักยภาพของผู้ชายทุกคน เพียงแต่ว่าเราจะดึงมันออกมาให้เธอเห็นได้แค่ไหน

ทีนี้คุณคงพอจะมองเห็นภาพบ้างแล้ว ว่าเมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกถึงสิ่งที่คุณคิดว่าเป็นความรัก และเริ่มหลงใหลในตัวเธอจนเกินไป คุณจะไร้อำนาจ ขาดอิทธิพลเหนือตัวเธอ และขาดความเป็นผู้นำ คุณจะยอมให้เธออยู่เหนือกว่าตัวเอง ด้วยการที่คบกันมานาน ทำให้คุณรู้ใจเธอ คุณจึงคอยตามใจเธอ เอาแต่ทำให้เธอพอใจ ทำทุกอย่างที่เธอชอบ ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ของคุณทำให้เธอคาดเดาได้ตลอดเวลาเลยว่าคุณกำลังจะทำอะไร คิดอะไรอยู่ กำลังจะพาเธอไปไหน ในวันพิเศษคุณจะให้อะไร ทำให้ความน่าตื่นเต้น เร้าใจ ในตัวคุณหมดไป คุณทำทุกอย่างเพื่อเธอโดยที่ไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เธอต้องการได้จากคุณ ไม่ใช่สิ่งที่คุณให้เธอ ปฏิบัติต่อเธอ แต่เป็นสิ่งที่อยู่ในตัวคุณและการแสดงออกของคุณต่างหาก

และเมื่อคุณรู้สึกว่าเธอเริ่มเบื่อคุณ ความมั่นใจในตัวเองของคุณก็จะลดลง สถานการณ์ก็ยิ่งเลวร้ายลง ถึงแม้คุณจะพยายามปิดบังเธอ แต่คุณหลอกเธอไม่ได้หรอก ความมั่นใจในตัวเองของคุณจะแสดงออกมาด้วยบุคลิก ท่าทาง การพูดจา น้ำเสียง และสายตาที่จ้องมอง ซึ่งผู้หญิงรับความรู้สึกเหล่านี้ได้ไวนัก ความน่าสนใจ และความท้าทายในตัวคุณจะลดลงเรื่อยๆ คุณจะเริ่มใช้ความเป็นเด็กที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณกับเธอ คุณจะตามติดตามเธอไม่ยอมห่างเพราะกลัวที่จะสูญเสียเธอไปเหมือนลูกที่ต้องการอยู่ใกล้แม่ตลอดเวลา คุณจะเริ่มใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล คุณจะไม่เหมือนตัวคุณในตอนแรกที่เพิ่งคบกัน คุณจะอ่อนแอลง มีความนับถือตัวเองน้อยลง ทำให้เธอเบื่อคุณมากขึ้นๆจนสุดท้ายเธอก็ต้องตัดสินใจที่จะบอกลากับคุณ เพื่อโอกาสในการหาผู้ชายที่ดีกว่า

ทีนี้คุณคงมองเห็นภาพได้ชัดขึ้น ว่าทำไมผู้ชายส่วนใหญ่ถึงอกหักกับคนที่เราทุ่มเท ซึ่งถ้าคุณเข้าใจกระบวนการ แบบแผน ของมันแล้ว ก็ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงทิ้งคุณไป และคุณก็จะรู้ได้ว่า ตัวตนของคุณ หรือความเป็นคุณไม่ได้ผิด เพียงแต่คุณไม่เข้าใจเธอต่างหาก และผู้หญิงก็ไม่ได้ผิด เพราะทุกคนย่อมรักตัวเอง และต้องการสิ่งที่ดีกว่าเพื่อตัวเอง ถ้าคุณเข้าใจและยอมรับได้ทั้งหมด คุณคงไม่ต้องเสียใจ และทนทุกข์ทรมานกับการสูญเสียเธอผู้เป็นคนสำคัญในชีวิต แต่คุณยังเป็นคนธรรมดา ที่มีอารมณ์ มีจิตใจ มีความรู้สึก คุณไม่ใช่พระอรหันต์ที่สามารถควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้ ดังนั้นคุณต้องมีวิธี และกระบวนการในการจัดการกับความรู้สึกพวกนี้ ไม่ให้มันมาทำลายคุณ ไม่ให้มันทำให้คุณต้องเสียเวลา เสียอนาคต

อกหักทําไงดี วิธีจัดการกับอาการอกหัก

ผู้ชายอย่างเราเมื่ออกหักแล้ว สิ่งแรกที่เด่นชัดที่สุดที่เกิดขึ้นจากความสูญเสียก็คือความโกรธ และความเศร้า โกรธตัวเธอที่ทิ้งเราไป โกรธตัวเองที่ดีไม่พอ และเสียใจกับความสูญเสีย ทำให้เกิดความทุกข์ ซึ่งหากเราไม่ทำอะไรเลยกับความโกรธและความเศร้าที่เกิดขึ้น มันจะยิ่งเก็บสะสมอยู่ในใจ เหมือนคนเก็บกด เก็บตัว ไม่เข้าสังคม และท้ายที่สุดก็กลายเป็นซึมเศร้า ซึ่งเป็นโรคที่คนสมัยนี้เป็นกันเยอะในภาวะสังคมที่มีความกดดันสูง ซึ่งโรคนี้หากจิตแพทย์วิเคราะห์ เค้าจะให้ระดับ 1 – 10 ซึ่งระดับ 10 ก็คือขั้นร้ายแรงที่สุดนั่นคือการฆ่าตัวตาย ใครที่ป่วยหรือสงสัยว่าตัวเองหรือคนรอบข้างป่วยเป็นโรคนี้ ผมแนะนำให้รีบไปพบจิตแพทย์โดยด่วน เพราะโรคนี้สามารถรักษาได้ด้วยยา และคำแนะนำของแพทย์ อย่าปล่อยให้มันสายเกินไป

ดังนั้นเมื่อคุณเกิดความโกรธและความเศร้าคุณจะต้องทำอะไรซักอย่างกับมัน ซึ่งมันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณว่าคุณจะตัดสินใจปลดปล่อยมันไปในทางบวกหรือทางลบ ถ้าคุณปลดปล่อยความโกรธและความเศร้าของคุณไปในทางลบ เช่นในทางก้าวร้าว ทำลายข้าวของ หาเรื่องผู้ชายคนใหม่ของเธอ หรือในทางผิดๆเพื่อให้เกิดความสุขเพียงชั่วขณะเช่น กินเหล้า เสพย์ยา คุณอาจได้สนองความต้องการที่จะปลดปล่อยความทุกข์นั้นได้เพียงชั่วครู่ แต่สิ่งที่ตามมาคือความเจ็บปวด และท้ายที่สุดคุณก็จะวนเข้ามาในวังวนแห่งความทุกข์อย่างไม่จบสิ้น และยิ่งพอกพูนขึ้นไปเรื่อยๆ คุณจะยิ่งโกรธ ยิ่งเศร้า ไม่มีวันจบสิ้น หรืออีกประเภทหนึ่ง พวกนี้จะเรียกว่า Masochism คือพวกที่รู้สึกพอใจที่ตัวเองมีความทุกข์ คนพวกนี้จะทำร้ายตัวเอง จะจมอยู่กับความหลังเดิมๆโดยไม่คิดเริ่มต้นใหม่กับใคร ผมจะอธิบายให้คุณนึกภาพออกง่ายๆ คุณคงเคยฟังเพลงอกหักที่มันโดนใจตัวเอง คุณจะรู้สึกมีอารมณ์ร่วมและมีความสุขกับทำนองและเนื้อเพลงจนอดไม่ได้ที่จะเปิดฟังหลายๆครั้ง พวก Masochism ถึงจะมีความสุขความพอใจกับความทุกข์ที่ตัวเองได้รับ แต่มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยกับชีวิตของพวกเค้า เค้าเพียงแค่งมงายกับความสุขจอมปลอมเท่านั้น มันไม่ทำให้พวกเค้าก้าวหน้าและพบกับความสุขที่แท้จริง

ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดคือการตัดสินใจในทางบวกและทางสร้างสรรค์ จำไว้อย่างนึงว่าไม่มีใครทำให้คุณโกรธหรือเศร้าได้ นอกจากคุณเลือกที่จะโกรธหรือเศร้าเอง หลายคนคงเคยฟังเพลงก้อนหินก้อนนั้น ของโรส ศิรินทิพย์ บางคนอาจไม่เคยฟัง ผมแนะนำให้ซื้อมาฟังซะ (ลิขสิทธิ์ของแท้ GMM Grammy เท่านั้นนะครับ ช่วยกันปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อประเทศไทยจะได้เจริญขึ้น) เนื้อเพลงของเพลงนี้เป็นตัวอย่างเปรียบเทียบได้ดีมาก เวลาคุณโกรธหรือเศร้าเสียใจ ก็เหมือนกับคุณหยิบก้อนหินขึ้นมาก้อนนึง แล้วบีบมันเอาไว้ ยิ่งคุณบีบมันแรงเท่าไหร่ ตัวคุณเองก็จะยิ่งเจ็บปวด แต่ถ้าคุณเลือกที่จะโยนมันทิ้งไป คุณก็ไม่ต้องแบกรับความเจ็บปวดอีกต่อไป เปลี่ยนความโกรธและความเศร้ามาเป็นพลังในการดำเนินชีวิตดีกว่า นั่นคือการยอมรับและเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น อย่าเสียเวลาให้กับการสูญเสีย ไม่โทษตัวเอง ไม่โทษเธอ ดำเนินชีวิตของตัวเองต่อไปอย่างมั่นใจ เอาสิ่งที่เรียนรู้จากเรื่องนี้เป็นบทเรียน พร้อมเปิดโอกาสให้ตัวเองได้พบกับคนใหม่ๆ เมื่อคุณได้พบรักใหม่แล้วคุณต้องไม่ใช้พฤติกรรมเดิมๆกับแฟนคนใหม่ของคุณอีก ไม่ว่าจะคบกันนานแค่ไหน ยังคงความมั่นใจ ความเป็นผู้นำ ไม่ผูกมัดตัวเธอเอาไว้ ตั้งเป้าหมายและพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา และคุณจะไม่พบกับการอกหักอีกต่อไป